“เนอวานา ไดอิ” ชูแนวคิด Living Revolution ปฏิวัติอสังหาฯ สู่ การอยู่อาศัยสมบูรณ์แบบที่สุด

5 กรกฎาคม 2562

ณ ปัจจุบัน ยากที่จะปฏิเสธได้ว่าตลาดที่อยู่อาศัยของไทยแข่งขันกันอย่างดุเดือดทุกเซกเมนต์ และแข่งขันกันในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ทำเลของโครงการที่อยู่อาศัยที่ตั้งอยู่ใกล้กับระบบขนส่งมวลชน พื้นที่ใช้สอย สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตลอดจนราคาและโปรโมชั่น เหล่านี้ล้วนแต่เป็นองค์ประกอบสำคัญอันดับต้นๆที่ลูกบ้านหลายคนมองหา ซึ่งบรรดาดีเวลลอปเปอร์ต่างก็ทราบดีพร้อมกับชูจุดขายเหล่านี้ออกมาให้เห็นกันอย่างคึกคัก

สำหรับ”เนอวานา ไดอิ”ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในตลาดระดับบนมากว่า 15 ปี เล็งเห็นว่าจะต้องพัฒนาโครงการให้แตกต่างจากรายอื่นๆในตลาด ด้วยการเพิ่มน้ำหนักให้กับเรื่องดีไซน์และการเสริมแกร่งฟังก์ชั่นสำหรับการใช้ชีวิตต่างๆให้เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัยทั่วไป ซึ่งถือเป็นการแข่งขันในอีกมิติที่ลงสู่รายละเอียดมากขึ้น ด้วยแนวคิดการดำเนินงานอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ จึงนำไปสู่การปลุกปั้นคอนเซ็ปต์ Living Revolution ที่ทางดีเวลลอปเปอร์รายนี้ต้องการพลิกโฉมรูปแบบการอยู่อาศัยครั้งใหม่

ด้วยพฤติกรรมผู้อยู่อาศัยในปัจจุบันต้องการความสะดวกในชีวิตประจำวันที่ตอบโจทย์ได้รวดเร็วมากขึ้น และที่อยู่อาศัยก็เป็นพื้นที่สำคัญที่คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตและใช้เวลามากกว่าที่อื่นๆ การทำให้สภาพแวดล้อมโดยรอบสะดวกสบายก็จะทำให้การใช้ชีวิตนั้นง่ายยิ่งขึ้น

ทั้งนี้  Living Revolution ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ Modern Living Design มุ่งเน้นการตกแต่งบ้านแบบ Natural Modern เป็นอีกหนึ่งสไตล์บ้านธรรมชาติแบบใหม่ของเนอวานา ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการ Life Connectivity เพิ่มความสะดวกสบาย เดินทางง่ายและรวดเร็ว เชื่อมต่อเข้าสู่เส้นทางต่างๆที่ใกล้เคียงทำเลที่ตั้งโครงการ ทั้งยังลงสู่รายละเอียดการดีไซน์บ้านด้วยคอนเซ็ปต์ Timeless Design ให้ออกมาทันสมัย คงความสวยงามได้ทุกยุคทุกสมัย ดีไซน์ตัวบ้านให้สามารถดึงประโยชน์จากธรรมชาติ อย่าง แสง ลม ตลอดจนออกแบบจัดวางตำแหน่งพื้นที่ใช้สอยภายในให้สอดรับกับการอยู่อาศัยร่วมกันของครอบครัวที่มีสมาชิกหลายเจนเนอเรชั่น มีรูปทรงบ้านที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งแบบ L Shape และ C Shape ที่ช่วยเพิ่มขนาดพื้นที่ส่วนกลาง และสร้างความเป็นส่วนตัวกับการใช้สอยทั้งพื้นที่ภายในและภายนอกบ้าน

ขณะที่อีกองค์ประกอบหลัก อย่าง Modern Living Innovation นั้น จะมุ่งเน้นไปที่นวัตกรรมที่เสริมให้การใช้ชีวิตลื่นไหล สะดวกสบายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Convenience Lifestyle เพิ่มความเร็วสูงของอินเตอร์เน็ตเชื่อมต่อได้ทุกจุดภายในตัวบ้าน ทั้งยังติดตั้งระบบเสียงรอบบ้านที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์สมาร์ทโฟน และสมาร์ททีวี เพื่อสร้างความบันเทิงภายในบ้าน รวมถึงระบบการเชื่อมต่อสุดสะดวกที่เอื้ออำนวยให้การทำงานจากบ้านสะดวกราบรื่น

นอกจากนี้ยังใส่ใจสุขภาพของผู้อยู่อาศัย ด้วยการนำ Eco & Health Concern มาปรับใช้กับโครงการฯ โดยวางระบบ Air Control System เพื่อปรับความสมดุลของสภาพอากาศ ลดปัญหาฝุ่นละอองภูมิแพ้ ทั้งยังถ่ายเทอากาศให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงติดตั้งระบบกรองน้ำประปาก่อนนำมาใช้ภายในบ้าน ตลอดจนให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงานในระยะยาวด้วยการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ส่วนกลาง

ส่วนเรื่องความปลอดภัย (Safety) ทางเนอวานาได้ออกแบบโซนต่างๆภายในโครงการ เช่น Public, Semi-public และ Private Space มีระบบ Home Automation เชื่อมโยงกับแอพพลิเคชั่น Nirvana App Service ช่วยควบคุมระบบการทำงานเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ทั้งยังมอบสิทธิประโยชน์อื่นๆให้แก่ลูกบ้าน อาทิ บริการ Nirvana Living Space ที่เปรียบเสมือน concierge ส่วนตัวที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ รวมถึงสิทธิพิเศษที่สามารถนำไปใช้กับร้านอาหาร การท่องเที่ยว และกิจกรรมสันทนาการต่างๆ

จากรายละเอียดต่างๆข้างต้นนั้นได้ชี้ให้เห็นชัดมากว่า เนอวานา ได้ศึกษาพฤติกรรมและเข้าใจความต้องการของลูกค้า(ผู้บริโภค) ในยุคปัจจุบันที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเพราะลูกค้าคือ ผู้อาศัยตัวจริง สะท้อนความต้องการด้านการใช้สอยพื้นจริง  เช่น ต้องการที่อยู่อาศัยที่มีความทันสมัย มีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกต่างๆในการดำเนินชีวิต แต่ขณะเดียวก็ยังคงเป็นอิงความ “ธรรมชาติ” ในตัว  จนกลายเป็น คอนเซ็ปต์ล่าสุดอย่าง  Living Revolution เพื่อให้ตอบโจทย์การอยู่อาศัยอย่างสมบูรณ์แบบที่แท้จริง อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำการเป็นผู้นำ Developer แถวหน้าของเมืองไทย

Source from www.brandbuffet.in.th