Eco-Friendly Office ทำได้ง่ายกว่าที่ Nirvana @WORK

ช่องทางอื่น ๆ

16/08/2018

 

หนึ่งในเมกะเทรนด์ที่นำเสนอไปเมื่อเดือนก่อนคือ Environmentally Conscious หรือการเข้าถึงความเป็นออฟฟิศสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในมิติที่ลึกและกว้างยิ่งขึ้น วันนี้เราขอต่อยอดแนวคิดดังกล่าวสู่การปฏิบัติจริงที่โฮมออฟฟิศ Nirvana @WORK โดยรวบรวมเทคนิควิธีเปลี่ยนออฟฟิศธรรมดาๆ ให้กลายเป็น Eco-Friendly Office ได้ง่ายกว่าที่เคย

Paperless ไร้กระดาษ แต่ไม่ไร้ประสิทธิภาพการทำงาน

ลืมภาพกระดาษกองโตบนโต๊ะทำงานแบบเดิมๆ ไปได้เลย เพราะ Eco Friendly Office ยุคใหม่ต้องมาพร้อมนโยบาย Paperless เท่านั้น โดยใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิตอลอย่าง Wi-Fi แท็บเลต โน้ตบุ๊ค สมาร์ทโฟน และอีเมล์เข้ามาสนับสนุนการทำงานแทน ประกอบกับการออกแบบพื้นที่ในลักษณะ Open Plan ของ Nirvana @WORK ที่เน้นการสื่อสารแบบตัวต่อตัวก็ช่วยให้พนักงานสามารถหยิบข้อมูลที่อยู่ใน Mobile Devices เหล่านั้นไปทำงานหรือประสานงานกับทีมอื่นๆ ภายในออฟฟิศได้อย่างอิสระ จึงลดการพริ้นท์เอกสารออกมาเป็นชิ้นๆ ได้

การไม่ใช้กระดาษหรือใช้แต่น้อยเป็นนโยบายที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาก กล่าวคือช่วยรักษาต้นไม้ซึ่งเป็นเครื่องฟอกอากาศขนาดใหญ่ของโลก ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการใช้น้ำที่เกิดจากกระบวนการผลิตและขนส่ง ในขณะที่ออฟฟิศเองก็ได้พื้นที่คืน คือแทนที่จะเต็มไปด้วยตู้เก็บเอกสารจำนวนมาก ก็เปลี่ยนเป็นพื้นที่สร้างประโยชน์เพื่อตอบโจทย์ทางธุรกิจ หรือนำต้นไม้ใบเขียวมาตกแต่งก็ทำให้แนวทาง Eco-Friendly Office ชัดเจนขึ้น

ลดการใช้พลังงานด้วยดีไซน์

การออกแบบอาคารสำนักงานที่ดีย่อมส่งเสริมการลดการใช้พลังงาน เหมือนเช่นที่โฮมออฟฟิศใกล้รถไฟฟ้า Nirvana @Work กับงานดีไซน์อันชาญฉลาดนับตั้งแต่โถงทางเข้าไปชั้น 1 จนถึงโซนพักอาศัยในชั้น 4 สำหรับพื้นที่ทำงานเน้นความโปร่งในสไตล์ Loft มีจังหวะของเพดานแบบ Double Volume ทำให้สเปซในแต่ละชั้นไม่อึดอัด พนักงานสามารถนั่งทำงานด้วยความรู้สึกสบาย อากาศถ่ายเทถึงกันได้ง่ายจึงช่วยลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศไปในตัว และยังมีช่องแสงธรรมชาติจากหน้าต่างบานใหญ่ทำให้ไม่ต้องติดหลอดไฟเยอะในบางจุดก็ได้ความสว่างเพียงพอในช่วงเช้า-เย็น แถมแสงธรรมชาติยังถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำงาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้ถึง 15% เมื่อเปรียบเทียบกับ Working Space ที่ไม่มีแสงธรรมชาติส่องถึงเลยทีเดียว

นอกจากใช้งานดีไซน์ช่วยประหยัดพลังงานแล้ว การปลูกฝังนิสัย “เปิดเมื่อจำเป็น และปิดเมื่อไม่ใช้” เกี่ยวกับไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในหมู่พนักงานก็จัดเป็นวัฒนธรรมองค์กรขั้นพื้นฐานสำหรับออฟฟิศรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ต้องสร้างขึ้นอย่างเข้มข้นและยั่งยืนด้วย

ลดการใช้พลังงานเพื่อการเดินทาง

ข้อมูลจาก INRIX ในรายงานประเมินสภาพจราจรทั่วโลกเมื่อปีที่ผ่านมา พบว่าคนไทยเสียเวลากับรถติดบนถนนถึง 56 ชั่วโมงต่อปี ส่วนศูนย์วิจัยกสิกรไทยเคยประเมินค่าเสียโอกาสจากวิกฤติจราจรในกรุงเทพ แทนที่จะนำเวลารถติดนั้นไปสร้างรายได้หรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น คิดเป็นมูลค่าถึง 11,000 ล้านบาท/ปี หรือ 60 ล้านบาท/วัน ขณะที่ต้นทุนพลังงานเพิ่ม 6,000 ล้านบาท/ปี

ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นความสำคัญของทำเลที่ตั้งออฟฟิศอย่างมาก เพราะยิ่งสำนักงานอยู่ใกล้ความเจริญ หรืออยู่บนทำเลที่มีเส้นทางคมนาคมสะดวกสบาย ก็ยิ่งทำให้ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตคนทำงานและสิ่งแวดล้อมลดลงตามไปด้วย โครงการ homeoffice Nirvana @WORK รามอินทรา และ Nirvana @WORK ลาดพร้าว-เกษตรนวมินทร์ จึงนับว่าตอบโจทย์หนทางแห่งการเป็น Eco-Friendly Office ได้อย่างดี ด้วยเป็นทำเลศักยภาพติดถนนใหญ่ สามารถเดินทางเข้า-ออกได้หลายเส้นทาง มีทางด่วนและทางลัดให้ลัดเลาะสู่จุดหมายทั้งในและนอกเขตเมือง รองรับการขยายเส้นทางขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้าสายสีชมพู สายสีเขียวอ่อน และสายสีแดง

ยิ่งไปกว่านั้น การเลือกเปิดบริษัทโดยใช้โฮมออฟฟิศเป็นสำนักงาน ยังช่วยเซฟเวลาเดินทางในแต่ละวัน ด้วยห้องครัวเต็มรูปแบบ และส่วนพักผ่อนสำหรับผู้เป็นเจ้าของ เพื่อทำให้มีเวลาส่วนตัวมากขึ้น และลดภาระค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนต่างๆ เช่น ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าสาธารณูปโภค เป็นต้น

Nirvana @WORK โฮมออฟฟิศที่ตอบรับกระแสเมกะเทรนด์ Eco-Friendly Office ได้ดีที่สุด ใกล้ชิดธรรมชาติ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สะท้อนเอกลักษณ์ขององค์กรเจนเนอเรชั่นใหม่ บนทำเลที่คุ้มค่าสำหรับวันนี้และอนาคต นอกจากโฮมออฟฟิศแล้ว สำหรับใครที่สนใจมองหาซื้อบ้าน ก็ต้องบอกว่าการเลือกบ้านเดี่ยวในฝัน ทำเลดี ที่Nirvanaก็ยังมีโครงการดีๆตอบโจทย์อีกมากมาย

#DetailsMakeMagic #Design #NirvanaHome #NirvanaDaii