Make the most of your space

ช่องทางอื่น ๆ

11/12/2019

ภาพเพียงภาพเดียวสื่อความหมายโลกใบนี้ได้ทั้งใบ และภาพเพียงภาพเดียวก็แทนคำพูดและสื่อความหมายได้อย่างไม่รู้จบ ทั้งหมดจะอยู่ในบริบทเดียวกันหรือไม่ และความสวยงามนั้นจะทำงานในความหมายเดียวกันได้ในสายตาทุกคู่ได้มากน้อยเพียงใด ผู้ที่อยู่หลังกล้องและลั่นชัตเตอร์ด้วยมุมมองที่กลั่นกรองออกมาจากความรู้สึก จึงเป็นคนสำคัญที่จะทำให้ภาพนั้น มีพลังต่อผู้ดูได้เป็นอย่างมากที่สุด จึงเป็นเรื่องที่เราอยากจะถ่ายทอดให้คุณได้เข้าใจกันในครั้งนี้ กับบทสัมภาษณ์ช่างภาพระดับแนวหน้าของเมืองไทย ที่มีผลงานระดับโลก และมีลายเซ็นต์ที่ชัดเจน คุณธาดา วาริช เรื่องราวที่จะทำให้คุณได้เข้าใจกับคำว่า “สวย” ในมุมมองของช่างภาพมืออาชีพ ว่ามีความหมายอย่างไรในการสร้างผลงาน ในรูปแบบ Make the most of your space

Jord%20Tada%20for%20block/JordXNirvana%20-%20for%20block-03.jpg

2019 ของ ธาดา วาริช

ผลงานปีนี้ทำกับนิตยสาร VOGUE เป็นหลัก เพราะ VOGUE เริ่มทำโซเชียลมีเดียมากขึ้น ผลงานหลักในปีนี้เลยอยู่ที่ VOGUE ทุกช่องทาง

มีอีกงานที่กำลังจะเกิดขึ้นในรอบ 10 ปี

ผมกำลังจะรีโนเวทสตูดิโอที่บ้านใหม่ที่อยู่มาสิบปีแล้ว อยากให้ลองคิดดูว่า คนเราสิบปีตอนนั้น กับสิบปีตอนนี้เราก็เป็นคนเดิม แต่มันก็มีหลายอย่างที่เปลี่ยนไป “เวลาเปลี่ยนความคิดก็เปลี่ยน” เหมือนเรามีอะไรที่เราชอบใหม่ๆมากขึ้น มีความคิดทีละนิดที่เข้ามา มีจนเยอะพอที่จะรีโนเวทใหม่ได้แล้ว เลยเริ่มลงมือทำในปีนี้เลย เพื่อให้พื้นที่ที่เคยใช้มันก็เหมาะกับงานที่เราทำในตอนนี้และในอนาคต เลยถึงเวลาที่จะต้องปรับเปลี่ยนพื้นที่ให้เหมาะสมกับความต้องการ ในวันที่มีความคิดใหม่ๆเข้ามามากกว่าเดิม

สร้างงานในแบบเรา

ผมจะเป็นพวกที่รับคอมเม้นต์ หรือฟีดแบคจากคนมาแปลอีกที แล้วหา Essentials of nature คือการดึงความงาม ความเป็นธรรมชาติของคนหรือสถานที่ออกมา โดยผ่านภาพถ่ายที่เราถ่าย แบบตั้งใจหรือไม่ตั้งใจดึงมันออกมาก็ตาม แต่สุดท้ายงานจะต้องออกมาตามคอนเซ็ปต์นั้นเสมอ

Jord%20Tada%20for%20block/JordXNirvana%20-%20for%20block-01.jpg

#ความสวยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

คือถ้าเราพูดถึงกระบวนการถ่ายภาพ ภาพที่จบกับกระบวนการการถ่าย ในแต่ละครั้งมันจะไม่เหมือนกัน เช่น การถ่ายและการสื่อสารกับคน แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน อย่างแรกเลยที่ต้องให้ความสำคัญ คือเราต้องรู้วิธีสื่อสารกับคนๆนั้นก่อน ซึ่งมันไม่มีอะไรตายตัว เช่น การบอกว่างานถ่ายภาพPortrait ที่ดีต้องสื่อสารลักษณะนี้ เพราะ คนสิบคน คนพันคนนิสัยก็ไม่เหมือนกัน เลยต้องดูตามความเหมาะสม แล้วความสวยของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอีก ต้องอาศัยประสบการณ์ในการสังเกต

“คำว่าสวยของคุณ คืออะไร”

ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ว่าทำให้ใครดู ถ้าเราดูเองก็เอาตามความสวยของเราเป็นหลัก แต่ถ้าเราทำงานจ้างหรือกึ่งว่าจ้างผมก็ต้องทำงานที่คุณดูแล้วสวย ผมก็ต้องพยายามสื่อสารว่า คำว่าสวยของคุณคืออะไร เพื่อให้เป็นไปตามความเหมาะสมกับงานนั้นๆ เหมือนผมปรุงอาหาร ถ้าคุณชอบรสเปรี้ยวผมก็ต้องปรุงให้เปรี้ยวสำหรับคุณแค่นั้นเอง

ย้อนไปจุดเริ่มต้นของการคิดงานในรูปแบบนี้ เริ่มจากอะไร

เกิดจากความอิ่มตัว เราเริ่มเบื่องานตัวเอง เพราะก่อนหน้านั้นเคยทำงานแฟชั่นมากๆ แบบที่มีองค์ประกอบเยอะๆ แล้วเรารู้สึกว่าเหมือนเราปรุงเยอะ ใส่เยอะเกินไป ขนาดเราดูผลงานตัวเอง เรายังไม่มีความรู้สึกถึงอะไรที่เด่นชัดออกมาเลย

Jord%20Tada%20for%20block/JordXNirvana%20-%20for%20block-09.jpg

ถึงจุดที่ต้อง.. ปรับเพื่อไปต่อ

พอรู้ว่าตัวเองอิ่มตัว แล้วเราไม่รู้สึกกับงานของเราแล้ว เราเลยปรับโจทย์ใหม่โดยจะไม่ปรุงแต่งงานตัวเองเลย งานภาพนิ่ง คือสิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุด เพราะข้อเสียของมันคือนิ่ง มันเป็นภาพนิ่ง แต่ต้องถ่ายทอดความรู้สึกในฐานะคนสร้างงาน ให้มันไม่นิ่ง พอทำได้ก็ถือว่าเราประสบความสำเร็จในงานตรงนั้น เหมือนได้ท้าทายความสามารถของเราให้หลุดออกจากคำว่าภาพที่ดูนิ่ง และทำให้คนเข้าใจในสิ่งที่เราถ่ายทอดออกมาได้

พื้นที่แบบไหน ที่ใช่ที่สุดในการสร้างงาน

ต้องมาที่ห้องส่วนตัว จำได้ว่าช่วงก่อนถึงจุดเปลี่ยนเนื้องาน เราหยุดรับงานไปเลย ชัตดาวน์ตัวเองและทุกอย่าง ใครก็ติดต่อไม่ได้ แล้วเราก็อยู่นิ่งๆ อยู่ในห้องส่วนตัวของตัวแอง อยู่ที่บ้านแบบนี้ประมาณสามเดือน หยุดไปในที่ๆคุ้นเคย เช่น สตูดิโอ ร้านเสื้อ หรือที่ๆเกี่ยวข้องกับสายแฟชั่น ที่ๆเราคุ้นเคยและที่เกี่ยวข้องกับงาน แล้วค่อยๆใช้เวลาคลี่คลายปัญหา แล้วเลือกตัดบางอย่างออก

 

การกลับมาทบทวนเส้นทางของตัวเองอีกครั้ง จึงเป็นเรื่องสำคัญ

พอทุกอย่างมันอิ่มตัว มันจะเริ่มกระบวนการด้วยตัวมันเอง คือไลฟ์สไตล์ของเรากับผลงานมันลิ้งค์กันหมด ทุกอย่างมันคือตัวตนของเรา แต่เมื่อถึงเวลาที่จะต้องปรับชีวิตกันอีกครั้ง เราก็แค่ตัดสิ่งที่คุ้นเคยออกแล้วอยู่นิ่งๆ ถ้าฟังดูเหมือนจะเครียดและอึดอัด แต่จริงๆแล้วมันเป็นช่วงที่สบายมาก ทุกอย่างมันเบา เราไม่ต้องไปประชุม ไม่ต้องไปร้านเสื้อ ไม่ต้องแคสติ้ง เรื่องที่คุ้นเคยในการทำงานมันหายไป แล้วใช้เวลาตรงนั้นสร้างกระบวนการทำงานใหม่ว่า เราจะกลับไปเริ่มอย่างไร เราจะตัดข้อไหนบ้าง เพราะสุดท้ายเราต้องกลับไปอยู่จุดเดิม แต่แค่เราตัดบางข้อออก ภาพรวมของผลงานมันก็จะเปลี่ยนไป และได้เส้นทางใหม่ที่เราจะเดินในเวลานั้น

Jord%20Tada%20for%20block/JordXNirvana%20-%20for%20block-11.jpg

บ้านจึงมีสัญญาณของความเป็นตัวเรา

บ้านเป็นสถานที่ที่เราคุ้นเคยที่สุด สมมติว่าเราไม่เคยมาที่นี่มาก่อน แต่พอก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว แล้วเหลือบไปเห็นอย่างหนึ่งก็คิดไปอย่างหนึ่ง เห็นสองอย่างก็คิดไปสองอย่าง ทีนี้ก็เห็นสิบยี่สิบอย่างเลย สำหรับเราคิดว่าข้างนอกบ้านไม่เหมาะกับการคิดงาน ในเมื่อเราไปอยู่ตรงนั้น เราก็ควรโฟกัสที่ตรงนั้น ถ้าไปเที่ยวก็โฟกัสเรื่องเที่ยวไปเลย

ขึ้นหิมาลัยก็โฟกัสที่หิมาลัย ไม่ต้องเอางานไปคิดบนเขา

เราต้องพยายามจัดการความคิดของเราให้ถูกที่ถูกเวลา

ทุกส่วนของบ้านต้องซัพพอร์ตอารมณ์ของเราได้

เพราะบ้านมันคือตัวเรา ถามว่าเรานั่งคิดงานตรงไหนมากที่สุด เราคงบอกไม่ได้ เพราะมันแล้วแต่ช่วงแล้วแต่ปีว่าเราอยู่ในโหมดไหน กำลังทำงานอะไร แต่เราจะจัดการพื้นที่ในบ้านไว้ค่อนข้างหลายแบบ เพื่อตอบโจทย์ตัวเอง เพราะเรารู้ว่าตัวเองเป็นคนชอบเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และความคิด เพราะฉะนั้นจะทำห้องซัพพอร์ตไว้หลายประเภท แต่ไม่ถึงกับต้องรองรับทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวเราขนาดนั้น หมายถึงบางพื้นที่อาจจะค่อนข้างซอล์ฟ แต่บางพื้นที่อาจจะรองรับสำหรับงานเครียดๆ แต่ต้องไม่ทำให้เรารู้สึกเครียด ในโทนที่ชอบก็จะเทาดำ ลายไม้สีหนักๆ หรือบางพื้นที่ก็ต้นไม้ล้วนๆเลยก็มี สุดท้ายก็เป็นตัวเราและอารมณ์ของเราก็อยู่ทั่วทุกมุมของบ้าน

พื้นที่แบบไหนที่รู้สึกไม่ใช่ตัวเราจริงๆ

อันนี้ตอบยากนิดนึง มันต้องเป็นที่ๆไม่คุ้นเคยมากๆ แต่ที่ๆไม่ชอบเลยคือที่ๆมีคนเยอะเกินไป วุ่นวายเกินไป วุ่นวายด้วยจำนวนคน เสียง หรืออุณหภูมิ ถ้ามีทุกอย่างนี้คือเราจะไม่ชอบอยู่ตรงนั้นแน่นอน มันไม่ใช่ตัวเรา

Jord%20Tada%20for%20block/JordXNirvana%20-%20for%20block-15.jpg

แค่รู้สึกว่านี่คือ This is my place นั่นก็ใช่แล้ว

ในการโฟกัสและสำรวจเรื่องความผิดพลาดของตัวเอง วิธีการอย่างที่บอกไป เราจะไม่ยุ่งกับสิ่งที่คุ้นเคย จะหยุดทุกอย่างแล้วกลับมาอยู่นิ่งๆที่บ้าน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านหรือในห้องมันเป็นตัวเรา จากนั้นใช้เวลาทบทวน ซึ่งสิ่งที่เราได้จากตรงนี้มันคือเรื่องของการโฟกัสและสมาธิ เพราะถ้าที่ตรงนั้นเป็นตัวเรามากที่สุด เวลาเราคิดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือเวลาสร้างงานมันจะไม่มีอะไรมารบกวนเราอีกเลย แล้วเราจะรู้สึกว่านี่คือ This is my place เป็นเรื่องที่ดีมากถ้าเราค้นพบพื้นที่ที่เป็นตัวเราได้

เคยไปสถานที่แมนๆ แล้วนั่งคิดงานใสๆ มันก็ไม่ได้

ถ้าจะให้เห็นภาพชัดๆ พื้นที่ในแบบเราหรือเทียบง่ายๆกับการแต่งบ้าน มันมีผลต่อระบบความคิดมาก ลองนึกภาพตามว่า ถ้าสมมติเราเป็นนักแต่งเพลงร็อคแอนด์โรล แต่ห้องผมสีชมพูพาสเทล...อะไรแบบนี้ หรือลองไปสถานที่แมนๆ แล้วนั่งคิดงานใสๆ ซึ่งสุดท้ายทั้งสองอย่าง มันก็ไม่ได้ มันก็คงคิดงานได้ยากนิดนึง แล้วด้วยงานของเราที่มีความหลากหลายและกว้างมาก บางทีเลยต้องทำพื้นที่เผื่อไว้เพื่อยืดหยุ่นได้บ้าง แต่เรื่องนี้อาจจะเป็นเฉพาะเราคนเดียวก็ได้ เพราะทุกคนมีความเป็นตัวเองไม่เหมือนกัน

ชีวิตในแต่ละวัน

เราทำงานเป็นหลัก แต่ต้องจัดการเวลาให้ดี มีเวลาให้กับครอบครัว คนที่เรารัก สัตว์เลี้ยง สองที่หลักๆที่ผมใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้คือที่ทำงานกับที่บ้านเท่านั้นเอง แล้วก็ไปเที่ยวบ้าง จัดเวลาให้ลงตัว ชีวิตจะได้ไม่ขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไป

Jord%20Tada%20for%20block/JordXNirvana%20-%20for%20block-13.jpg

บ้าน + งาน = ตัวเรา

ถ้าถามว่า ทุกวันนี้เราใช้ชีวิตที่ไหนมากกว่า บอกเลยว่าอยากอยู่บ้านมากกว่า เหมือนเรามีสมาธิที่นี่ เพราะถ้าเทียบกับที่ทำงานแล้ว ที่บ้านจะไม่มีผู้ร่วมงานที่ไม่ต้องเกรงใจหรือแคร์เขา คือทุกวันนี้เรามองว่าที่ทำงานกับที่บ้านต่างกันตรงที่ บ้านคือสถานที่พักผ่อน ใช้ชีวิตส่วนตัวแล้วก็คิดงาน แต่ที่ทำงานสำหรับสายงานแบบเราคือ สถานที่ลงมือทำงาน มันต่างกัน พอเราคิดงานที่บ้านเสร็จแล้ว เราแค่ไปที่ทำงานเพื่อลงมือทำแค่นั้นเอง

บ้านแบบ ธาดา วาริช

ผมว่าหลายๆคนคงตอบแบบผมคือ เลือกแบบที่เป็นตัวเราเอง พอเป็นตัวเราเองมันก็จะมีพื้นที่ สิ่งแวดล้อม เฟอร์นิเจอร์ สถานที่ คนที่เราอยากให้มาอยู่กับเรา ทุกอย่างที่ว่ามามันคือสิ่งที่มาเติมเต็มเรา แต่โอกาสที่จะเลือกได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตรงตามใจเราเลยคงยาก เลยคิดว่าบ้านที่ดีหรือบ้านที่เป็นตัวเรา มันไม่น่าจะใช่สิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยตรง แต่มันน่าจะเป็นความพอดีของหลายๆอย่างรวมกัน ซึ่งแต่ละคนก็มีไม่เท่ากัน สมมติของผมมีสิบอย่าง องค์ประกอบของแต่ละอย่างมันก็ยังไม่เท่ากันเลย ถ้ามันใกล้ความพอดีของทุกคนได้มากเท่าไหร่ มันน่าจะเป็นบ้านที่สบายที่สุดของเรา

Jord%20Tada%20for%20block/JordXNirvana%20-%20for%20block-06.jpg

Make the most of your space ในแบบ ธาดา วาริช คืออะไร

จริงๆผมเป็นคนใช้สัญชาตญาณในการตอบทุกคำถามหรือแม้กระทั่งการเลือกด้วย ถ้าถามว่า Make the most of your space คืออะไร คำตอบก็คือผมชอบใช้เซนส์แรกในการเลือก ถ้าเซนส์แรกบอกว่าใช่ก็คือใช่ ถ้าไม่ก็คือไม่ มันแค่นั้นเองง่ายมาก คือเหมือนด้วยวัยของเรา ประสบการณ์ของเรา เซนส์ของเราแข็งแรงพอแล้วที่จะไปยืนอยู่ในแต่ละที่ คือเรานั่งทำงานแล้ว สามารถถามตัวเองว่าใช่หรือไม่ ค่อนข้างชัดเจน เหมือนเรากินกาแฟมาพันแก้วแล้วในชีวิตนี้ แค่กินจิบเดียวก็รู้แล้วว่า ใช่ หรือ ไม่ เพราะฉะนั้นเซนส์ที่ว่าต้องมาจากประสบการณ์และความชอบส่วนตัวมารวมกัน

ความสวยงามของคุณคืออะไร และมุมมองแบบไหนถึงเรียกว่าความสวยงาม แบบที่คุณต้องบันทึกไว้ในความทรงจำ ความเป็นตัวเราที่สะท้อนความคิดในแบบของเรา น่าจะตอบของคำถามนี้ได้เป็นอย่างดี ในแบบฉบับ Make the most of your space พื้นที่ที่ใช่ในแบบคุณ

การได้รู้เรื่องราวของพื้นที่ที่ใช่ในแบบศิลปินที่เป็นต้นแบบของใครหลายๆคน น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการจุดประกาย ที่กลับมาทบทวนตัวเองและสำรวจพื้นที่ของตัวเองอีกครั้งว่า ยังใช่ในแบบเราอยู่หรือไม่ ซึ่งในครั้งต่อไป เราจะพาคุณไปสู่พื้นที่ที่ใช้ในแบบไหนกันต่อไป ต้องติดตามกันให้ดี ครั้งนี้คุณอาจจะได้เข้ามามีส่วนร่วมกับเราในเส้นทางนี้ Make the most of your space

ขอบคุณคุณธาดา วาริช

#MakeTheMostOfYourSpace #NirvanaLivingRevolution #DetailsMakeMagic #NirvanaHome #NirvanaDaii